พฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำ

พฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ

“อุบัติเหตุ” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่ากับตัวเองหรือใครก็ตาม  ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่เอง หากคุณหรือคนใกล้ตัวคุณมี พฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ ก็จะเป็นการเพิ่มอันตรายให้กับตัวเองและผู้อื่นบนท้องถนนได้ โดยอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย วันนี้ อายฟลีต จึงได้รวบรวม พฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ ที่ไม่ควรทำมาฝากทุกคนกันครับ

พฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ

1. ขับช้าแช่ขวา 

หลายคนอาจคิดว่าการขับแช่ขวานั้นไม่เป็นไร เพราะใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด แต่ความจริงแล้ว เลนขวามีไว้สำหรับแซง และเมื่อมีรถที่เร็วกว่าขับมาก็ต้องหลบซ้ายเท่าที่จะทำได้ การขับรถแช่ขวา มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท (*พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 34 และมาตรา 35)

2. ขับรถจี้ท้ายคันหน้า

เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง เพราะระยะเบรกไม่เพียงพอ ซึ่ง พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ระบุไว้ว่า ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าพอสมควร ในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัย เมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ

3. ขับรถคร่อมเลน หรือทับเส้นแนวแบ่งช่องเดินรถ 

ขับรถคร่อมเลน หรือทับเส้นแนวแบ่งช่องเดินรถ (เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ) ถือว่ามีความผิด มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท (*พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(6) , 157)

4. ขับหรือจอดรถยนต์/รถจักรยานยนต์ บนทางเท้า 

กรุงเทพมหานคร มีนโยบายปรับผู้ฝ่าฝืนตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาด พ.ศ. 2535 กำหนดโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถตรวจสอบและจับได้ในทันที

5. เปิดไฟตัดหมอก โดยไม่จำเป็น

การเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษปรับสูงสุด 500 บาท 

โดยสถานการณ์เปิดใช้ไฟตัดหมอกแล้วไม่ผิดกฎหมายนั้น ได้แก่

– ฝนตกหนัก สามารถเปิดได้ เพราะจะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็น

– หมอกหนา วิสัยการขับขี่ไม่ดี สามารถเปิดได้

– ขับผ่านกลุ่มควัน จนไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าในระยะ 50 เมตร สามารถเปิดได้

6. ดัดแปลงไฟหน้า-ไฟท้ายรถ

การดัดแปลงไฟหน้า-ไฟท้ายให้เป็นแสงสีฟ้าหรือสีอื่น หรือทำให้มีความสว่างจ้าสะท้อนเข้ากระจก ส่องเข้าตาผู้ขับขี่ที่ขับสวนทางมา ทำให้สายตาพร่ามัว ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ มีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้รถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้องตามที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะมีความผิดตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ฐานเพิ่มเติมสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

7. เปลี่ยนเลนไม่เปิดไฟเลี้ยว หรือเปิดไฟเลี้ยวแล้วเลี้ยวทันที 

เป็นพฤติกรรมที่พบเจอได้บ่อยครั้ง หากเกิดอุบัติเหตุและพิสูจน์ได้ว่าไม่เปิดไฟเลี้ยวอย่างถูกต้อง สามารถตกเป็นฝ่ายผิดได้ ดังนั้น จึงควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนที่จะเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยทั้งตัวคุณและเพื่อนร่วมทาง

8. เปิดเลนเอง หรือขับรถบนไหล่ทาง 

การถือวิสาสะเปิดช่องทางจราจรเองนั้นผิดกฎหมาย (*พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 103 ไหล่ทางไม่ได้เป็นช่องทางที่ใช้เดินรถ) เพราะไหล่ทางเป็นช่องทางสำหรับรถฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ เพื่อใช้ปฏิบัติงานเหตุฉุกเฉิน หรือรถที่จอดเสียชั่วคราวเท่านั้น 

9. ปาดหน้าแซงคิว ขอแทรกเข้าคอสะพาน

เป็นพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และก่อให้เกิดปัญหารถติดหนักกว่าเดิม
ซึ่งการแซงในเส้นทึบ มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท

Drive on Shoulder

เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีจาก อายฟลีต

จากพฤติกรรมการขับรถแบบผิด ๆ ดังกล่าว ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและเพื่อนร่วมทาง อายฟลีต จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยระบบจะช่วยตรวจจับสภาพแวดล้อมหน้ารถ ทำให้รถของคุณขับเคลื่อนอยู่ในเส้นจราจรอย่างถูกต้องและปลอดภัย ลดโอกาสการชนหรือการเกิดอุบัติเหตุได้

เพียงติดตั้ง ระบบขับขี่ปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS บริเวณคอนโซลหน้ารถ ระบบจะทำงานหลังจากที่สตาร์ทเครื่องยนต์ โดยจะเริ่มประมวลผลวิสัยทัศน์ด้านหน้ารถ และเมื่อสภาวะที่ตรวจสอบตรงตามลักษณะที่ระบบตั้งค่าไว้ ก็จะส่งสัญญาณเตือนในรูปแบบเสียงทันที โดยไม่ต้องสัมผัสหรือกดปุ่มใด ๆ

ระบบส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกิดสภาวะเหล่านี้

  • เเจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน (Lane Departure Warning)

  • แจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีการขับรถระยะกระชั้นชิด (Headway Monitoring Warning)

  • แจ้งเตือนเมื่อระยะห่างจากรถคันหน้าผิดปกติ (Forward Collision Warning)

  • แจ้งเตือนเมื่อมีคนข้ามถนนหรือเดินตัดหน้ารถ (Pedestrian Collision Warning)

ซึ่ง ระบบขับขี่ปลอดภัย ADAS สามารถติดตั้งได้กับรถทุกประเภท ช่วยควบคุมการขับขี่ให้ปลอดภัยมากขึ้นกว่าการขับแบบทั่วไปที่ไม่มีเทคโนโลยี ADAS ยกตัวอย่าง หากผู้ขับขี่ขับรถคนเดียวแล้วมีอาการอ่อนเพลีย มึนเมา หรือเร่งรีบในการขับรถ เสียงเตือนจากกล้องติดรถยนต์ระบบ ADAS จะช่วยทำให้คุณมีสติในการขับรถ และลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

EyeFleet Adas

ทั้งนี้ ระบบขับขี่ปลอดภัย ADAS เป็นเพียงตัวช่วยส่วนหนึ่งให้กับผู้ขับขี่เท่านั้น ผู้ขับเองต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท มีสติทุกครั้งในการขับขี่ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การจราจรบนท้องถนนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบขับขี่ปลอดภัย ADAS หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @eyefleet | โทร. 02-052-4466

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.